วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

reflect test teaching (Receiving Visitors and Making an Appointment )

 

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557


จากการเรียนรู้ในชั้นเรียนในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นกระบวนการสอบสอนของเพื่อนในชั้นเรียนได้เน้นจิตสาธารณะเป็นหลัก และดิฉันได้เกิดการเรียนรู้โดยการสอนตามทฎษฏี Task base learning ได้แก่ PRE-TASK, TASK CYCLE, Language Focus 

โดยการจัดการเรียนรู้ เรื่อง Receiving Visitors and Making an Appointment  วัตถุประสงค์เพื่อฟังการนัดหมายเป็นบทเรียนที่เน้นผู้เรียนให้เป็นคนตรงต่อเวลาตามการนัดหมายต่างๆครูจะแนะนำบทเรียนโดยให้นักเรียนดูวิดีโอเกี่ยวกับการทำการนัดหมาย และให้นักเรียนบอกเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการดูวิดีโอโดยใช้คำถามดั้งนี้ “ What we have learn today?” / “Have you ever plan something ?” / “What did you plan to do?”  และครูสอนไวยากรณ์ I would like to …

S.+ would like to + infinitive แต่ครูยังต้องปรับปรุงการอธิบายการใช้ประโยคโดยการยกตัวอย่างเพื่อให้นักเรียนเข้าใจประโยคได้ง่ายขึ้น เพราะการสอนตัวอย่างทำให้นักเรียนรู้จักคิดตามและให้ภาพชัดเจนขึ้นว่าเป็นอย่างไร

จากการเรียนรู้ในชั้นเรียนเรื่อง  Receiving Visitors and Making an Appointment  ผู้สอนยังต้องปรับปรุงเรื่องเนื้อหาการสอนโดยต้องยกตัวอย่างควบคู่การอธิบายให้นักเรียนเข้าใจได้ง่ายขึ้นของครูยังดูแลนักเรียนไม่ทั่วถึงทำให้นักเรียนแอบคุยหรือเล่นกันในห้องไม่ตั้งใจเรียน เป็นต้น จากการเสนอแนะให้ครูคอยเดินตรวจดูดและสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนเพื่อเป็นการควบคุมนักเรียนให้สนใจการเรียนได้ดีขึ้น

reflect test teaching (Eco in my classroom)






 

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557


จากการเรียนรู้ในชั้นเรียนในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นกระบวนการสอบสอนของเพื่อนในชั้นเรียนได้เน้นจิตสาธารณะเป็นหลัก และดิฉันได้เกิดการเรียนรู้โดยการสอนตามทฎษฏี Task base learning ได้แก่ PRE-TASK, TASK CYCLE, Language Focus  โดยการจัดการเรียนรู้ เรื่อง Eco in my classroom

การเรียนการสอนเรื่องเป็นการดำเนินกิจกรรมที่ตามวัตถุประสงค์คือ คือเมื่อจบบทเรียนแล้วนักเรียนจะสามารถเขียนประโยคเกี่ยวกับคำสั่งและคำขอร้องในเนื้อหารายละเอียดเกี่ยวกับ Eco ในห้องเรียน สองอ่านเรื่องราว Turn down the TV อย่างเข้าใจ สาม พูดบทสนทนา Turn down the TVอย่างถูกต้อง เมื่อนักเรียนเรียนรู้จากบทเรียนในห้องเรียนแล้วนักเรียนสามารถรู้จักวิธีลดพลังงานได้ โดยขั้นตอนการจัดการเรียนการสอน Pre-Task ครูถามนักเรียนเกี่ยวกับความสำคัญเกี่ยวกับการปิดไฟเพื่อนลดพลังงานไฟฟ้า Task Cycle ครูแจกเอกสารกิจกรรมให้นักเรียนทำ  ครูให้นักเรียนเขียนประโยคสั้นๆ และติดกระดาษรอบๆห้องเรียนซึ่งเป็นกิจกรรมที่สนุกและตื่นเต้นทำให้ได้ความรู้เรื่องการเรียนมากขึ้น แต่ผู้สอนยังต้องปรับปรุงเรื่องลักษณะการสอนโดยบุคลิคของครูยังดูแลนักเรียนไม่ทั่วถึงจากกานเสนอแนะให้ครูคอยเดินตรวจดูดและสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนเพื่อเป็นการควบคุมนักเรียนให้สนใจการเรียนได้ดีขึ้น

จากการเรียนรู้ในชั้นเรียนเรื่อง  Eco in my classroom ผู้สอนยังต้องปรับปรุงเรื่องลักษณะการสอนโดยบุคลิกของครูยังดูแลนักเรียนไม่ทั่วถึงจากกานเสนอแนะให้ครูคอยเดินตรวจดูดและสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนเพื่อเป็นการควบคุมนักเรียนให้สนใจการเรียนได้ดีขึ้น

 

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

(reflect test teaching) (Do you know where it is)


วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557
จากการเรียนรู้ในชั้นเรียนในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นกระบวนการสอบสอนของTipparat Meebua เพื่อนในชั้นเรียนได้เน้นจิตสาธารณะเป็นหลัก และดิฉันได้เกิดการเรียนรู้โดยการสอนตามทฎษฏี Task base learning ได้แก่ PRE-TASK, TASK CYCLE, Language Focus เรื่อง  Do you know where it is

เป็นการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ตัวชี้วัดและมาตรฐานที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ คือ F1.2 ความสามารถในการใช้ทักษะการสื่อสารเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและเหตุการณ์โดยสามารถพูดแสดงออกถึงความรู้สึกและความคิดเห็นต่างๆเกี่ยวกับบทเรียน M.1/3 คือพูดคำถามสำหรับให้ข้อมูลและอธิบายเปรียบเทียบแสดงความรู้สึกเกี่ยวกับการบอกทิศทางได้อย่างเหมาะสม โดยขั้นตอนการจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับการให้ข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางและมีการพูดบทสนทนา A: Excuse me, could you tell me how to get to the library please? โดยครูมีแผนที่ให้นักเรียนดูและฝึกถามตอบโดยดูแผนที่

จากการที่ได้สังเกตการสอนของเพื่อนจึงได้ทราบว่าเพื่อจัดการบทเรียนที่เป็นบทเรียนที่น่าสนใจสามารถตั้งวัตถุประสงค์ได้ตรงถามตัวชี้วัดและตรงตามมาตรฐานสอนไม่วกวนได้ฝึกทักษะการพูดอย่างได้ต้องในการแนะนำทิศทางกับชาวต่างชาติซึ่งจัดว่าเป็นบทเรียนที่เป็นประโยชน์และใช้ได้จริงในสถานการณ์ปัจจุบัน

 

(reflect test teaching) Let’ s to organize your room.



วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557
จากการเรียนรู้ในชั้นเรียนในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นกระบวนการสอบสอนของSakkarinเพื่อนในชั้นเรียนได้เน้นจิตสาธารณะเป็นหลัก และดิฉันได้เกิดการเรียนรู้โดยการสอนตาทฤษฎี Task base learning ได้แก่ PRE-TASK, TASK CYCLE, Language Focus เรื่อง Let’ s to organize your room.

เป็นบทเรียนที่สอดแทรกจิตสาธารณะคือ การทำความสะอาดบ้านอย่างถูกต้อง ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด คือ 1.3.1 พูดอธิบายเกี่ยวกับการจัดบ้านให้เป็นระบบระเบียบ ตามวัตถุประสงค์คือ เมื่อจบบทเรียนนักเรียนสามารถพูดอธิบายเกี่ยวกับการจัดห้องให้เป็นระเบียบภายในบ้าน ฟังบทสนทนาและเติมคำในช่องว่างจากบทสนทนาและเข้าใจความหมายของคำศัพท์เกี่ยวกับการจัดห้องอย่างไรให้เป็นระเบียบนี้ซึ่งบทเรียนเน้นทักษะการฟังและทักษะการพูดโดยขั้นตอนการสอนครูมีเกมต่อภาพจิ๊กชอว์ให้นักเรียนเล่นร่วมกันและครูสอนการออกเสียงบคำศัพท์สำคัญจากนั้นครูได้ให้นักเรียนฝึกฟังบทสนทนาโดยมราแบบฝึกหัดให้นักเรียนเติมคำในช่องว่าง

เป็นการจัดการเรียนการสอนที่ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นทำให้นักเรียนได้มีโอกาสใช้ความคิด แต่สิ่งที่ควาปรับปรุงคือสอนใช้เวลานานเกินไปและสอนคำศัพท์ยังออกเสียงไม่ถูกต้องเท่าที่ครูครูควรให้นักเรียนเขียนคำศัพท์ลงในสมุดด้วยนักเรียนจะได้จดจำคำศัพท์ได้โดยไม่รู้ตัว

 

 

reflect test teaching (Signs and notices in real life)

 
 
              จากการเรียนรู้ในชั้นเรียนในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นกระบวนการสอบสอนของเพื่อนในชั้นเรียนได้เน้นจิตสาธารณะเป็นหลัก และดิฉันได้เกิดการเรียนรู้โดยการสอนตามทฎษฏี Task base learning ได้แก่ PRE-TASK, TASK CYCLE, Language Focus เรื่อง  Signs and notices in real life

เป็นการจัดการเรียนรู้ตามตัวชี้วัด1.2(2)  การพูดขอร้องและให้คำสั่งในสถานการณ์ต่างๆอย่างชัดเจนและและใช้ภาษาในการสื่อสารในสถานการณ์ความเป็นจริงอย่างเหมาะสมและสถานการณ์ที่น่าสนใจทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนซึ่งบทเรียนนี้เกี่ยวกับการถามและตอบคำถามเกี่ยวกับการบอกทิศทางตามวัตถุประสงค์ที่ว่านักเรียนสามารถฟังคำถามเกี่ยวกับการบอกทิศทางและเข้าใจในโดยเริ่มแรกครูสอนเกี่ยวกับใจความสำคัญและสอนคำศัพท์จากภาพสัญลักษณ์ต่างๆ ต่อจากนั้นครูเปิดเสียงจากเทปเกี่ยวกับการฟังบทสนทนาและให้นักเรียนจับคู่เพื่ออ่านบทสนทนาและในคาบสุดท้ายครูสอนหลักไวยากรณ์ Modal verb (Can, Could)

เป็นบทเรียนที่ใช้ได้จริงในสถานการณ์ต่างๆที่เกี่ยวกับการถามและให้ข้อมูลการบอกทิศทางกับชาวต่างชาติแต่ครูผู้สอนควรปรับปรุงเรื่องการเขียนวัตถุประสงค์ให้สอดคล้ององกับเนื้อหาด้วย

 

วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557

learning log outside my classroom 15 th October, 2014



The effect of grammar teaching (syntax) in English on 5-16 year old ’s accuracy and quality in written composition


             I learned about research of The effect of grammar teaching (syntax) in English on 5-16 year old ’s accuracy and quality in written composition A systematic review is needed in order to ask the question: What is the effect of grammar teaching (syntax) in English on 5-16 year old ’ s accuracy and quality in written composition? therefore required to provide an authoritative account of the results of research into the question. In 1986, Hillocks analyzed the experimental research between 1960-1982 and concluded that grammar instruction led to a statistically significant decline in student writing ability.
 Objectives

Ø To map the field of research on the effects of text-and sentence grammar-level grammar  teaching on writing in English-speaking countries for pupils aged between 5 and 16.

Ø To undertake two distinct but complementary in-depth reviews in the field of sentence-level grammar.
Methods used in the review

a)    The soundness of studies (internal methodological coherence), based upon the study only.

b)   The appropriateness of the research design and analysis used for answering the review question.

c)    The relevance of the study topic focus (from the sample, measures, scenario, or other indicator of the focus of the study) to the review question  


Identifying and describing studies: results
Of these 16, 12 provided a conclusion about the effect of syntax teaching on the accuracy and quality of pupils’ writing. None of these 12 reviews of the teaching of syntax concluded that teaching traditional or transformative/generative had appositive effect on the quality and accuracy of 5 to 16 year-olds’ written compositions. The results of these reviews provide the context for our discussion of the results our review.

In-depth review: results
Elley et al. conclude that syntax teaching, whether traditional or transformational, has virtually no influence on the language growth of typical secondary school students.
In terms of practice, the main implication of our finding is that there is no high quality evidence that the teaching of grammar, whether traditional or generative/transformation, is worth the time

 In conclusion, if the aim is the improvement of the quality and accuracy of written composition. This is not to say that the teaching of such grammar might not be of value in itself, or that it lead to enhanced knowledge and awareness of how language works, and of systems of language use. But clear implication, based on the available high quality evidence, is that the evidence base to justify the teaching of grammar in English to 5to 16 year olds in order to improve writing is very small.

วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557

reflect test teaching(Live & Learnd)

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557
จากการเรียนรู้ในชั้นเรียนในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นกระบวนการสอบสอนของเพื่อนในชั้นเรียนได้เน้นจิตสาธารณะเป็นหลัก และดิฉันได้เกิดการเรียนรู้โดยการสอนตามทฎษฏี Task base learning ได้แก่ PRE-TASK, TASK CYCLE, Language Focus เรื่อง Live & Learnd

จากการสังเกตเห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นทักษะการพูดให้นักเรียนพูดเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ไม่ดีของนักเรียนหลังจากนั้นครูเปิดวีดีโอให้นักเรียนดูเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่ดีของคนในวิดีโอและครูถามนักเรียนเกี่ยวกับวิดีโอ“Have you ever seen that manner before?” และครูสอนไวยากรณ์จากเนื้อหา should, have to, and must แต่วิดีโอของครูยาวเกินไปอาจจะทำให้กินเวลาในการจัดกระบวนการเรียนการสอนของครูผู้อื่นในคาบถัดไปได้
                ครูควรเลือกวิดีโอที่ใช้เวลาที่ไม่นานเกินไปเพื่อช่วยในการประหยัดเวลาของการสอน และครูยังออกเสียงคำศัพท์ไม่ชัด ดังนั้นครูควรเปิด dictionaly ป็นการออกเสียงได้อย่างถูกต้องการฝึกทักษะการฟังและการออกเสียงจากเจ้าของภาษาได้โดยตรงช่วยในการเข้าถึงสำเนียงภาษาอังกฤษที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นซึ่งทำให้นักเรียนสามารถฝึกได้อย่างถูกต้องและคล่องแคล่ว

reflect test teaching (Asking for direction)

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557


จากการเรียนรู้ในชั้นเรียนในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นกระบวนการสอบสอนของPeerapongเพื่อนในชั้นเรียน และดิฉันได้เกิดการเรียนรู้โดยการสอนตามทฎษฏี Task base learning ได้แก่ PRE-TASK, TASK CYCLE, Language Focus  โดยการจัดการเรียนรู้ เรื่อง Asking for direction

จากกิจกรรมการเรียนการสอนเรื่อง Asking for direction ทำให้ฉันได้ทราบถึงข้อพกที่ควรปรับปรุงว่าการตั้งวัตถุประสงค์นำทางผู้เขียนยังเขียนไม่ตรงประเด็น เพราะดูจากการสอบสอนของเพื่อนเพื่อนยังสอนไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ โดยขั้นแรกครูบอกนักเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาของบทเรียน เช่น การบอกสถานที่ การตอบคำถามของสถานที่ และสอนคำศัพท์สำหรับการบอกทิศทาง และกิจกรรม question ball game และครูได้มีการสังเกตนักเรียนระหว่างดำเนินกิจกรรมตอบคำถาม ในกิจกกรม TASK CYCLE  ครูให้นักเรียนดูวิดีโอเกี่ยวกับการบอกทิศทางและทำกิจกรรมกลุ่ม ต่อจากนั้นครูอธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างประโยค

ดังนั้นสรุปว่าการเป็นการจัดการเรียนรู้ เรื่อง direction ที่ยังต้องปรับปรุงเรื่องวัตถุประสงค์ให้เข้ากับแผนการสอนเป็นการใช้ทักษะการพูดในการบอกทิศทางซึ่งเป็นการช่วยชาวต่างชาติได้อย่างถูกต้องการฝึกทักษะการฟังและการออกเสียงจากเจ้าของภาษาได้โดยตรงช่วยในการเข้าถึงสำเนียงภาษาอังกฤษที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นซึ่งทำให้นักเรียนสามารถฝึกได้อย่างถูกต้องและคล่องแคล่ว

reflect test teaching (Asking for direction )


 

วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557


จากการเรียนรู้ในชั้นเรียนในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นกระบวนการสอบสอนของThidaratเพื่อนในชั้นเรียน และดิฉันได้เกิดการเรียนรู้โดยการสอนตามทฎษฏี Task base learning ได้แก่ PRE-TASK, TASK CYCLE, Language Focus  โดยการจัดการเรียนรู้ เรื่อง Asking for direction

จากการที่ได้ร่วมทำการสอบสอนครั้งนี้ได้รู้ว่า เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นจิตสาธารณะและเน้นทักษะการพูดและทักษะการฟังเป็นหลักตามตัวชี้วัดที่ 1.2(3)  มาตรฐานการเรียนรู้ คือ การถามคำถามเพื่อการช่วย ในการยอมรับและปฏิเศษสถานการณ์ต่างๆได้อย่างเหมาะสม ได้เรียนรู้จุดประสงค์ปลายทาง คือ ``นักเรียนจะสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับทิศทาง และได้เรียนรู้จุดประสงค์นำทาง  3 ข้อ ได้แก่ 1. นักเรียนจะสามารถฟังคำถามเกี่ยวกับทิศทาง และเข้าใจสิ่งที่ฟังได้  2. นักเรียนจะสามารถถามคำถามเกี่ยวกับทิศทางได้อย่างถูกต้อง 3. นักเรียนจะสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับทิศทางได้อย่างถูกต้อง โดยการดำเนินการสอนที่เป็นไปได้ด้วยดีขั้นแรกครู ให้นักเรียนถามตอบเกี่ยวกับสถานที่จากคำศัพท์เกี่ยวกับสถานที่โดยใช้ question ball game. จากนั้นเป็นกิจกรรม TASK CYCLE ครูเปิด วีดีโอเกี่ยวกับการบอกทิศทางและจากนั้นให้นักเรียนฝึกถามคำถามกับเพื่อนในห้อง และจดจำคำศัพท์จากวีดีโอนั้น  และมีแผนที่เกี่ยวกับจังหวัดนครศรีธรรมราชมาให้นักเรียนดูเพื่อให้เห็นภาพชัดยิ่งขึ้น  และLanguage Focus ครูอธิบายประโยคที่สำคัญจากบทเรียน Go straight on ……...* Turn right and ……..* Walk down on …….. เป็นต้น

                จากการเรียนรู้ในชั้นเรียนเรื่อง  Asking for direction เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการถามคำถามเพื่อการช่วย ในการยอมรับและปฏิเศษสถานการณ์ต่างๆได้อย่างเหมาะสมที่ตรงตามจุดประสงค์ปลายทางที่ตั้งไว้ คือ นักเรียนจะสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับทิศทาง และ. นักเรียนจะสามารถฟังคำถามเกี่ยวกับทิศทาง และเข้าใจสิ่งที่ฟังได้ซึ่งนักเรียนสามารถเกิดการเรียนรู้ได้จริงและยังสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ได้จริงในสถานการณ์การบอกทิศทางได้

reflect test teaching) (Let’s go to Phuket.)


วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557
จากการเรียนรู้ในชั้นเรียนในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นกระบวนการสอบสอนของMontreeเพื่อนในชั้นเรียน และดิฉันได้เกิดการเรียนรู้โดยการสอนตามทฎษฏี Task base learning ได้แก่ PRE-TASK, TASK CYCLE, Language Focus  โดยการจัดการเรียนรู้ เรื่อง Let’s go to Phuket.

จากการที่ได้ร่วมทำการสอบสอนครั้งนี้ได้รู้ว่า เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นจิตสาธารณะและเน้นทักษะการพูดและทักษะการฟังเป็นหลักตาม วัตถุประสงค์หลัก คือ นักเรียนแนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจแก่นักท่องเที่ยวได้ วัตถุประสงค์รอง คือ เมื่อจบบทเรียนนี้แล้วนักเรียนจะสามารถถามตอบเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวและบอกทิศทางแก่นักท่องเที่ยวได้ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวชี้วัด คือ 1.2.4 คือ  มาตรฐานการเรียนรู้การพูดได้อย่างเหมาะสม ถึงการถามสำหับให้ข้อมูล คำชี้แจง การเปรียบเทียบ และการพูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

เป็นกิจกรรมที่เน้นการพูดเป็นสำคัญมีการอภิปรายเกี่ยวกับ “Keeping Patong beach clean”, who, what , where , when and why. ต่อจากนั้นครูสอนแกรมม่าเกี่ยวกับ Present Perfect and Past Simple

จากการเรียนรู้ในชั้นเรียนเรื่อง Let’s go to Phuket. เป็นการจัดการเรียนรู้โดยทำให้นักเรียนฝึกทักษะการคิดจากเรื่องที่ได้ยินว่าใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร อย่างไร ตามลำดับขั้นซึ่งจัดเป็นการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการฟังและการพูดจากบทสนทนาอีกด้วยเกี่ยวกับการบอกสถานที่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆในประเทศไทยแก่นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยว

reflect test teaching (Around Town)


วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557
จากการเรียนรู้ในชั้นเรียนในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นกระบวนการสอบสอนของเพื่อนในชั้นเรียน และดิฉันได้เกิดการเรียนรู้โดยการสอนตามทฎษฏี Task base learning ได้แก่ PRE-TASK, TASK CYCLE, Language Focus  โดยการจัดการเรียนรู้ เรื่อง Around Town

จากการที่ได้ร่วมทำการสอบสอนครั้งนี้ได้รู้ว่า เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นจิตสาธารณะและเน้นทักษะการพูดและทักษะการฟังเป็นหลักตาม วัตถุประสงค์หลัก คือ นักเรียนสามารถเดา หรือชี้ทางให้กับฝรั่งมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดรายคาบ วัตถุประสงค์ปลายทางคือ การเรียนรู้ทักษะการฟัง การพูดภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติในสถานการณ์ที่หลากหลาย ได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัตถุประสงค์นำทาง คือ 1. นักเรียนสามารถคาดเดา หรือ บอกทิศทางให้แก่ชาวต่างชาติได้  2. นักเรียนใช้ภาษาอังกฤษและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความคิดกับเพื่อนในกลุ่มได้ ตัวชี้วัดรายคาบ คือ 2.1.2, 3.1.1, 3.1.4 และได้เรียนรู้มาตรฐานการเรียนรู้ ได้แก่ 1. เขียนสื่อสารการใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง 2. พูดเข้าใจ วัตถุประสงค์ของการฟังและและการอธิบายภาพที่เห็นได้อย่างถูกต้อง 3.  พูดและเข้าใจสิ่งที่ได้ฟังและอภิปลายเนื้อเรื่อง โดยเริ่มแรกครูจะสอนคำศัพท์เกี่ยวกับการบอกทิศทาง ต่อจากนั้นให้นักเรียนแต่งบทสนทนาเพื่อฝึกการคิดโดยการเขียน และทำกิจกรรม role play โดยใช้คำถาม could you tell me how to get to …? เป็นต้น และเป็นกิจกรรมที่ทำให้เด็กสนใจโดยครูได้มีการให้เด็กเต้นตามเพลงในยูทูบอีกด้วย

ดังนั้นสรุปว่าการเป็นการจัดการเรียนรู้ เรื่อง Around Town เป็นการฝึกทักษะการพูดและสอดแทรกกิจกรรมที่น่าสนใจที่ครูสามารถจัดหาเพลงที่สนุกเกี่ยวกับการบอกทิศทาง ซึ่งเป็นการฝึกการออกเสียงจากเจ้าของภาษาจากเพลงที่ไดฟังและสนุกไปกับกระบวนการเรียน เพราะการที่ครูนำบทเพลงไฟเราะและท่าเต้นง่ายๆมาสอนสามารถช่วยในการจดจำคำศัพท์ได้โดยไม่รู้ตัว จัดว่าเป็นการสอนที่ดีของครู และของนักเรียนมากยิ่งขึ้นและช่วยในการเข้าถึงสำเนียงภาษาอังกฤษที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นซึ่งทำให้นักเรียนสามารถฝึกได้อย่างถูกต้องและคล่องแคล่ว

 

Refect Test Teaching /The beaches are disappearing


วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557
จากการเรียนรู้ในชั้นเรียนในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นกระบวนการสอบสอนของเพื่อนในชั้นเรียน และดิฉันได้เกิดการเรียนรู้โดยการสอนตามทฎษฏี     Task base learning ได้แก่ PRE-TASK, TASK CYCLE, Language Focus  โดยการจัดการเรียนรู้ เรื่อง The beaches are disappearing

จากการที่ได้ร่วมทำการสอบสอนครั้งนี้ได้รู้ว่า เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นจิตสาธารณะและเน้นทักษะการพูดและทักษะการฟังเป็นหลังตามมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดรายคาบ คือ 1.2 (5), 1.1(4)  1 . ตอบคำถามจากการฟังและ การอ่านประโยค และบทสนทนา  2. พูดและเขียนอธิบายความรู้สึก และแสดงความคิดเห็นเนื้อหา กิจกรรม ประสบการณ์ และข่าวหรือเหตุการณ์เรื่องราวได้อย่างเหมาะสม และวัตถุประสงค์นำทางของเนื้อหา คือ นักเรียนจะสามารถฟังเรื่องราวและฟังบทสนทนาเกี่ยวกับชายหาดในทะเลได้ และวัตถุประสงค์ปลายทางคือ นักเรียนจะสามารถฟัง และตอบคำถามจากเรื่องราวและบทสนทนาเกี่ยวกับหาดทรายในทะเล และนักเรียนจะสามารถพูดและเขียนอธิบายความรู้สึกและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับชายหาด สามารถใช้พูดอธิบายได้ ด้านเนื้อหาสาระ คือ  เรื่องราวเกี่ยวกับชายหาดในทะเล บทสนทนาเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงสองคนที่ได้กังวลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมบนชายทะเล  และการพูดแสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ดิฉันได้เกิดการเรียนรู้ต่างๆมากมายจากแผนการจัดการเรียนรู้นี้ คือ การสอนโดยเน้นการฟัง การพูด และการเขียนเป็นหลัก และการใช้ ( English Modal Verbs) ดังนั้นจากแผนการจัดการเรียนรู้และกระบวนการสอนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในห้องเรียนได้ คือ การฝึกทักษะการฟังจากสื่อโอดิโอและให้นักเรียนบอกเรื่องราวที่ได้ยินเพื่อ และฟังซ้ำอีกครั้งเป็นการฝึกฟังให้เกิดความแม้นยำมากยิ่งขึ้น และจากนั้นมีการจัดกลุ่มให้นักเรียนตอบคำถามเป็นกลุ่มเป็นกลุ่มคละความสามารถเป็นการร่วมแสดงความคิดเห็นและช่วยกันคิดคำตอบด้วยกันเพื่อให้ได้คำตอบอย่างถูกต้อง และฝึกให้นักเรียนรู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม และต่อจากนั้นครูให้นักเรียนฝึกพูดจากบทสนทนาด้วยกัน ซึ่งการฝึกไฟบทสนทนา

ดังนั้นสรุปว่าการเป็นการจัดการเรียนรู้ เรื่อง The beaches are disappearing เป็นการฝึกทักษะการฟังและการออกเสียงจากเจ้าของภาษาได้โดยตรงช่วยในการเข้าถึงสำเนียงภาษาอังกฤษที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นซึ่งทำให้นักเรียนสามารถฝึกได้อย่างถูกต้องและคล่องแคล่ว